จริยธรรมกับการบริหารการศึกษา
วิลาวัณย์ เลิศวีระวัฒน์ *
ปัจจุบันสังคมไทยเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามกระแสวัฒนธรรมตะวันตก ประกอบกับ
ปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว ทำให้พฤติกรรมของมนุษย์เบี่ยงเบนไปในทิศทางที่ไม่เหมาะสม
ทั้งด้านการแสดงออก จิตใจ และการดำเนินชีวิต การปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชน
ให้เป็นคนที่มีคุณธรรมนำความรู้ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยกำหนดนโยบายและมาตรการ
เสริมสร้างคุณธรรมในระบบการศึกษาจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการ ซึ่งในพิธี
พระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2519 พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราโชวาท ความว่า
“...งานด้านการศึกษาเป็นงานสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชาติ เพราะความเจริญและความเสื่อม
ของชาตินั้น ขึ้นอยู่กับการศึกษาของพลเมืองเป็นข้อใหญ่...”
และพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2522 ความว่า
“...ผู้ที่มีวิชาการแล้วจำเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติในตัวเองนอกจากวิชาความรู้ด้วย จึงจะนำตน
นำชาติให้เจริญได้ คุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับทุกคนนั้น ได้แก่ ความละอายชั่วกลัวบาป ความซื่อสัตย์
สุจริต ทั้งในความคิดและการกระทำ ความกตัญญูรู้คุณชาติบ้านเมือง และผู้มีอุปการะตัวมา ความไม่
เห็นแก่ตัว ไม่เอาเปรียบผู้อื่น หากแต่มีความจริงใจ มีความปรารถนาดีต่อกัน เอื้อเฟื้อกันตามฐานะและ
หน้าที่ ...” ย่อมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษา และการบริหารจัดการความรู้ที่ต้องดำเนินการ
ไปพร้อมกับคุณธรรมจริยธรรม จึงจะเกิดความเจริญแก่ชาติบ้านเมืองในที่สุด
จริยธรรม หมายถึง ข้อประพฤติปฏิบัติหรือกฎที่ควรปฏิบัติในทางที่ดี ซึ่งบุคคลควรกระทำ
เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีและนำไปสู่สันติสุขในสังคม (ธีรศักดิ์ อัครบวร,2542 :110) ความหมายของการบริหาร
จัดการ คือ การทำงานสำเร็จด้วยคนอื่น และร่วมกับคนอื่นภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
จากความหมายทั้งสองส่วนจะเห็นได้ว่า มนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งขององค์การ คุณภาพของมนุษย์
เป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดความเจริญก้าวหน้าหรือความล้มเหลวขององค์การ ถ้ามีคุณภาพย่อมนำ
ความเจริญก้าวหน้าและยั่งยืนมาสู่องค์การ ในทางตรงกันข้ามถ้าทรัพยากรมนุษย์นั้นมีการตัดสินใจ การ
กระทำ และพฤติกรรมเป็นไปอย่างผิดศีลธรรม จริยธรรมแล้ว ย่อมนำผลร้ายมาสู่องค์การได้ การ
พัฒนามนุษย์จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อองค์การ โดยการพัฒนานั้นต้องพัฒนาให้ครบทุกส่วน
รวมทั้งพัฒนาจิตใจควบคู่ไปด้วย หากพัฒนาเฉพาะร่างกายหรือสติปัญญา อาจนำไปสู่ปัญหาการ
…………………………………………………………………………………………………………..
* รองผู้อำนวยการ ชำนาญการพิเศษ วิทยาลัยการอาชีพไทรน้อย จังหวัด นนทบุรี
เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ขาดความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อสังคม และประเทศชาติ ขาด
คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาและความไม่สงบสุขของสังคมได้ การพัฒนามนุษย์จึงต้อง
คำนึงถึงการสร้างคนให้มีความรับผิดชอบต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งก็คือ การสร้างคนให้มีคุณธรรม
จริยธรรมเพื่อให้คนไปสร้างคุณธรรมต่อไป ดังคำกล่าวของขงจื้อที่ว่า “มนุษย์เป็นผู้สร้างคุณธรรม
ไม่ใช่คุณธรรมสร้างมนุษย์” (จำเนียร จวงตระกูล,2544 :216 )
จริยธรรมมีสองประเภท คือ จริยธรรมแบบพรรณนา (Descriptive ethics) และจริยธรรมแบบ
ปทัสฐาน (Normative ethics)จริยธรรมแบบพรรณาเน้นการเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในรูปแบบของพฤติกรรม
การตัดสินใจ และการปฏิบัติขององค์การธุรกิจ ผู้จัดการ หรืออุตสาหกรรมบางประเภท แต่จริยธรรม
แบบปทัสฐานเน้นการค้นหาเพื่อเปิดเผยพัฒนาและสนับสนุนหลักการพื้นฐานทางศีลธรรม ที่เป็นเครื่อง
ชี้นำพฤติกรรม การกระทำ หรือการตัดสินใจ (Carroll ,1993) พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ประธาน
องคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องจริยธรรมของการบริหารภาครัฐในมุมมองด้านการ
ปกครอง เมื่อวันที่9 กรกฎาคม 2548 ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ไว้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
จริยธรรมตามหลักนิติรัฐ มีการบริหารงานตามหลักกฎหมายที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญของการ
ปกครองประเทศ บนฐานความคิดของความถูกต้องตามหลักนิติศาสตร์ และจริยธรรมตามมาตรฐาน
จริยธรรม เป็นมุมมองในด้านการนำรัฐธรรมนูญมาใช้เพื่อการบริหารจัดการบ้านเมือง บนฐานความคิด
ที่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ สำหรับทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมมี 2 ทฤษฎี คือ
ทฤษฎีแห่งความไร้ศีลธรรม (Theory of amorality) และทฤษฎีแห่งเอกภาพศีลธรรม (Theory of moral
unity) ทฤษฎีแรกถือว่า การทำธุรกิจไม่ควรคำนึงถึงศีลธรรม แต่ทฤษฎีที่สองถือว่าการกระทำทางธุรกิจ
ควรตัดสินโดยมาตรฐานที่เน้นด้านจริยธรรมของสังคม (Steiner & Steiner,1994)
จริยธรรมทางการบริหาร หมายถึง มาตรฐานการปฏิบัติงานหรือการประเมินเชิงคุณภาพที่
ผู้บริหารใช้บริหารองค์การ จริยธรรมทางการบริหารของคนนั้นมาจากภูมิหลังที่แตกต่างกัน Carroll
(1993) ได้นำเสนอรูปแบบการบริหารหรือการจัดการทางจริยธรรมสามรูปแบบ ได้แก่ การจัดการที่ผิด
ศีลธรรม เป็นการจัดการที่ไม่มีหลักการหรือกฎแห่งจริยธรรม ใส่ใจเฉพาะผลประโยชน์ของบริษัท หรือ
เลือกกระทำในสิ่งที่ผิดเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทเท่านั้น แบบที่สองคือการจัดการแบบมีศีลธรรม เป็น
การกระทำที่ถูกต้องตามศีลธรรมอันดีของประชาชนรวมทั้งกระทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และแบบ
สุดท้ายคือการจัดการที่ไม่มีศีลธรรม ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภทคือ การจัดการที่ไม่มีศีลธรรมแบบตั้งใจ
(Intentional Amoral Management) และแบบไม่ได้ตั้งใจ (Unintentional Amoral Management)
การวิเคราะห์จริยธรรมขององค์การใดๆ หรือการกำหนดแนวทางในการประพฤติปฏิบัติของผู้บริหาร
สามารถใช้แนวทางการจัดการทางจริยธรรมดังกล่าวนี้ เป็นแนวทางในการบริหารและพัฒนาจริยธรรม
ของบุคคลและองค์การได้ โดยผู้บริหารควรยึดถือระบบการจัดการที่มีศีลธรรมเป็นแนวทางในการ
บริหารและพัฒนาจริยธรรมของบุคคลและองค์การ และจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้ง
ที่อยู่ภายในและภายนอกองค์การเป็นหลักจึงจะเหมาะสมที่สุด
คุณธรรมและจริยธรรมมีความสัมพันธ์กับสติปัญญา นักบริหารที่มีสติปัญญาในระดับสูง
จะสามารถคิดแก้ปัญหา โดยยึดหลักเหตุผลที่ให้ประโยชน์สุขแก่ตนเองและไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน
ภายหลัง ซึ่งจะทำให้เกิดความสุขอย่างยั่งยืน ในหลักการบริหารนั้น การทำให้ต้นทุนต่ำสุดและให้ได้
กำไรมากที่สุดเป็นสิ่งที่พึงปฏิบัติ เพราะเป็นการแสดงฝีมือทางการบริหารของผู้บริหาร แต่การกระทำ
นั้นควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องชอบธรรมด้วยจึงจะเหมาะสม ดังนั้นผู้บริหารไม่ว่าจะเป็น
นักธุรกิจ ราชการ หรือสหกรณ์ จำเป็นต้องมีจริยธรรมและจรรยาบรรณทางการบริหาร ตลอดจน
ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องมีจรรยาบรรณตามสายอาชีพของตน จึงจะทำให้การทำธุรกิจเป็นไปอย่าง
ยุติธรรมและถูกต้อง
จรรยาบรรณเป็นความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพต่างๆกำหนดขึ้น เพื่อรักษาชื่อเสียง
เกียรติคุณของผู้ประกอบอาชีพนั้น จรรยาบรรณจึงต้องมีสถาบันของผู้ประกอบอาชีพต่างๆเป็นผู้
กำหนดขึ้น ส่วนจริยธรรมนั้นเป็นธรรมที่เป็นข้อพึงปฏิบัติ หรือกฎศีลธรรมอันเป็นแนวทางปฏิบัติ
สำหรับบุคคลต่างๆรวมทั้งผู้บริหารซึ่งต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของแต่ละสาขาอาชีพด้วย (จำเนียร
จวงตระกูล , 2537) จริยธรรมทางการบริหารการศึกษาถือว่าเป็นจริยธรรมทางวิชาชีพอย่างหนึ่ง
(Professional Ethics) สำหรับผู้บริหารการศึกษา สมควรจะเรียกว่าผู้บริหารวิชาชีพหรือไม่ อยู่ที่
จริยธรรมการบริหารการศึกษา ในกรณีนี้ผู้บริหารการศึกษาต้องอยู่ภายใต้จรรยาบรรณครู แบบแผน
พฤติกรรมตามจรรยาบรรณครูและเกณฑ์มาตรฐานผู้บริหารสถานศึกษาพ.ศ.2540(พิภพ วชังเงิน
,2545:133และวิโรจน์ สารรัตนะ,2542 :20)
รากฐานของการเกิดคุณธรรมจริยธรรมในประเทศไทย เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดย
ได้รับอิทธิพลจากคำสาบาน กฎหมาย และระเบียบวินัย ซึ่งเป็นเงื่อนไขผูกมัดด้วยวาจาที่เชื่อมโยงกับ
ความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรม อิทธิพลต่าง ๆ เหล่านี้ใช้เป็นตัวกำหนดแนวทางความประพฤติของ
ประชาชน แต่ในปัจจุบัน นักบริหารต้องคำนึงถึงหลักกฎหมายของประเทศที่กำหนดขึ้นเพื่อป้องกัน
ความขัดแย้งเป็นหลัก โดยประชาชนต้องเรียนรู้และปฏิบัติตาม อิทธิพลอีกประการหนึ่งคือ อิทธิพล
ของศาสนา ที่มีคำสั่งสอนให้บุคคลผู้นับถือยอมรับ เชื่อฟัง และปฏิบัติตาม ในพุทธศาสนา ได้กล่าวถึง
ธรรมในการบริหารจัดการและการปกครองแผ่นดินของพระมหากษัตริย์ อันได้แก่ ทศพิธราชธรรม
จักรวรรดิวัตร ราชสังคหวัตถุ และราชวสดีธรรม ธรรมเหล่านี้ข้าราชการ ผู้บริหารและผู้ประกอบ
วิชาชีพต่าง ๆ ควรยึดถือปฏิบัติตามด้วย (วริยา ชินวรรณโณ ,2546)
การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
ผู้บริหารการศึกษาในฐานะผู้นำองค์การ จึงมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้
เกิดขึ้นทั้งแก่ครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา บุคคลเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการอบรมบ่มนิสัยเด็ก
และเยาวชนให้ซึมซับวัฒนธรรม จริยธรรม และศีลธรรมอันดีงามของชาติบ้านเมืองได้ ผู้บริหาร
การศึกษาจึงต้องเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นผู้นำที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามขององค์การ ซึ่ง
จะต้องตระหนักรู้และพยายามเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดขึ้นแก่ตนเอง แก่ผู้อื่น และองค์การ
ของตน หากปฏิบัติได้ดังนี้ก็จะเอื้ออำนวยให้เกิดจริยธรรมขึ้นในองค์การ
ในปัจจุบัน ผู้บริหารและองค์การธุรกิจ ได้รับการเรียกร้องให้ปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมมากขึ้น
ผู้บริหารจึงต้องสามารถใช้หลักการทางจริยธรรมในการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม โดยพิจารณาถึง
ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย มาตรฐานทางจริยธรรม และรวมมุมมองของความยุติธรรม เสรีภาพ
และความเสมอภาคเข้าไว้ การบริหารจัดการศึกษาที่ดีและเป็นธรรมนั้น ผู้บริหารการศึกษาจะต้องยึด
ผลประโยชน์ของสังคมเป็นที่ตั้ง ประพฤติตนเป็นแบบอย่าง และกำหนดแนวทางให้ผู้ใต้บังคับบัญชา
ตระหนักรู้ และสามารถนำไปปฏิบัติให้เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมได้ เป็นความจริงที่จะกล่าวว่า
ผู้ให้บริการที่มีจริยธรรมในการดำเนินงานทุกประเภท ย่อมได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากบุคคล
ทุกระดับ ประภาศรี สีหอำไพ (2543) กล่าวว่า คุณค่าทางจริยธรรม ชี้ให้เห็นความเจริญงอกงามใน
การดำรงชีวิตอย่างมีระเบียบแบบแผน ตามวัฒนธรรมของบุคคลที่มีลักษณะทางจิตใจที่ดีงาม อย่างไร
ก็ตามการที่บุคคลจะทำความดีหรือละเว้นสิ่งที่ไม่พึงปฏิบัติ ขึ้นกับบุคคลรอบข้าง กฎระเบียบ สังคม
วัฒนธรรม สถานการณ์ที่ประสบ บรรยากาศทางสังคม และวัฒนธรรมในองค์การ สิ่งเหล่านี้มีผลต่อ
พฤติกรรมการทำงานและสุขภาพจิต ตลอดจนความสุขความพอใจในการทำงานของบุคคลทั้งสิ้น
(ดวงเดือน พันธุมนาวิน , 2538)
ในทัศนะของผู้เขียนเห็นว่า จริยธรรมเป็นเรื่องของจิตใจ เป็นความดีที่เกิดจากข้างในจิตใจ
และแสดงออกมาสู่ภายนอกเมื่อสิ่งแวดล้อมเหมาะสม จริยธรรมต้องปลูกฝังและเสริมสร้างให้เกิดขึ้น
ตั้งแต่ปฐมวัย โดยมีครอบครัวและศีลธรรมเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนในการปลูกฝัง
คุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่ถูกต้องดีงาม ซึ่งจะต้องดำเนินการร่วมกับโรงเรียน เพื่อช่วยสร้างบุตร
หลานให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมที่ดี พ่อแม่ในฐานะที่เป็นพลเมืองของประเทศต้องเข้าใจเนื้อหา
สาระการเป็นพลเมืองดี ยึดมั่นและมีจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองดีของชาติ มองโลกในแง่ดี รู้จักคิด
วิเคราะห์ มีเหตุผล และมีวิจารณญาณในการคิดไตร่ตรองแบบวิทยาศาสตร์ สิ่งดีต่างๆ เหล่านี้จะ
ถ่ายทอดและซึมซับสู่บุตรหลานที่ใกล้ชิด ทำให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นเติบโตขึ้นอย่างผู้ที่มีวุฒิภาวะ
มีความคิดเชิงบวก มีทัศนคติที่ดี และยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างมีความสุข
พ่อแม่ในฐานะแบบอย่างที่ดีจะมีจริยธรรมที่ดีได้ ต้องเป็นผลผลิตจากระบบการศึกษา
ที่มาจากฐานวัฒนธรรมที่มีการเชื่อมโยงกับชุมชนให้มากที่สุด จะต้องเป็นระบบการศึกษาโดยชุมชน
และเพื่อชุมชน มีระบบการจัดการที่เป็นเครือข่ายร่วมกันระหว่างบ้าน-วัด-โรงเรียน ให้ผู้เรียนใกล้ชิด
ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเน้นการฝึกปฏิบัติในทางที่จะก่อให้เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของ
ผู้เรียนให้มากที่สุดจนติดเป็นนิสัยโดยให้เหมาะสมกับช่วงวัย และในการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม
ในกระบวนการจัดการศึกษานั้น จะต้องคำนึงถึงค่านิยมใหม่ๆ ที่มากับกระแสโลกาภิวัตน์ที่เป็น
อุปสรรคในการปลูกฝังด้วย เช่น ค่านิยมเรื่องการแข่งขัน เรื่องวัตถุนิยม และบริโภคนิยม ค่านิยม
เหล่านี้ล้วนอยู่ตรงข้ามกับสิ่งที่เราจะปลูกฝังให้กับเด็กและเยาวชน ทำอย่างไรผู้บริโภคจึงจะมีสติ
มองเห็นถึงความจำเป็นแห่งชีวิตได้อย่างชัดเจน ผู้เขียนเห็นว่าการใช้หลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนา
เข้ามามีส่วนร่วม โดยให้วัดเป็นองค์การหลักที่จะสร้างความเข้มแข็งแก่จิตใจ ทำให้เกิดปัญญาในตัว
ผู้เรียน ให้ผู้เรียนเข้าถึง เข้าใจ ในด้านความจริงทั้งหมดของชีวิต และพัฒนาตนไปในทิศทางที่ถูกต้อง
เป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับวุฒิภาวะและสอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวันด้วย
หากระบบการศึกษาทำได้ดังกล่าวมานี้ ผู้เรียนจะมีจิตสำนึกรักบ้านเกิด และเคารพในคุณค่าความเป็น
มนุษย์ของทุกคน ไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งยั่วยุหรืออำนาจต่างๆ โดยเฉพาะอำนาจเงินที่จะทำให้คุณค่า
หรือศักดิ์ศรีของความเป็นคนหายไป
ผู้บริหารการศึกษาและครูผู้สอน ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม
ให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน หากมองย้อนกลับไปในเบื้องต้นว่า ผู้บริหารและครูผู้สอนเป็นผลิตผลที่เกิดจาก
ระบบการศึกษาดังกล่าวมาแล้ว ย่อมคาดหวังได้ว่าผู้เรียนจะมีแบบอย่างที่ดีและได้รับการปลูกฝัง
คุณธรรมจริยธรรมที่ดีงามเพื่อเติบโตอย่างมีคุณภาพต่อไป แต่วิถีการเรียนรู้ของมนุษย์ย่อมผันแปรไป
ตามสภาพแวดล้อมและตามกระแสของสังคมโลก ดังนั้น เพื่อที่จะรักษาสิ่งดีๆ ให้คงอยู่และให้กำลังใจ
แก่ผู้ปฏิบัติ รัฐควรสร้างแรงจูงใจที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนกลุ่มคนที่ประพฤติปฏิบัติดีเหล่านี้ให้
ขยายผลในการทำสิ่งดี ๆ ต่อไป โดยให้สื่อมวลชนเข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายเผยแพร่และสร้างแรงจูงใจ
ตลอดจนพัฒนาคนที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรมจริยธรรมในทุกรูปแบบ เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีของการ
เป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมโหยหามากที่สุดในปัจจุบัน ดังนี้แล้วจริยธรรมกับการ
บริหารจึงสัมพันธ์กันในทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารการศึกษา การบริหารธุรกิจ ราชการ สหกรณ์
หรือแม้แต่ภายในครอบครัวก็ตาม.
บรรณานุกรม
จำเนียร จวงตระกูล 2537 และ 2544 อ้างใน www.blcigroup.com/backend/work/file/0683174923.doc
ดวงเดือน พันธุมนาวิน 2538 อ้างใน www.supatta.haysamy.com/consider_moral_ethics.htm
ธีรศักดิ์ อัครบวร. 2542. ความเป็นครู (พิมพ์ครั้งที่ 3). โรงพิมพ์ ก. พลพิมพ์. กรุงเทพฯ
ประภาศรี สีหอำไพ 2543 อ้างใน www.supatta.haysamy.com/consider_moral_ethics.htm
พิภพ วชังเงิน. 2545. จริยธรรมทางวิชาชีพ. บริษัทรวมสาสน์. กรุงเทพฯ.
วิโรจน์ สารรัตนะ. 2542 การบริหาร หลักการ ทฤษฎี และประเด็นทางการศึกษา.
อักษราพิพัฒน์ จำกัด กรุงเทพฯ.
วริยา ชินวรรณโณ 2546 อ้างใน www.supatta.haysamy.com / moral_ethics.htm
Carroll 1993 อ้างใน www.blcigroup.com/backend/work/file/0683174923.doc
Steiner & Steiner 1994 อ้างใน www.blcigroup.com/backend/work/file/0683174923.doc
|